ผู้มีส่วนได้เสีย : ผู้ถือหุ้น เกษตรกร พนักงาน คู่ค้า ชุมชน ลูกค้าและผู้บริโภค ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม
การจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ของกลุ่มมิตรผล ดำเนินการโดยผู้ทำกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันต้องมีการจัดเก็บข้อมูลจากกิจกรรมที่อยู่ในหลากหลายประเภทธุรกิจ ทำให้มีข้อมูลจำนวนมากจากหลากหลายหน่วยงาน ต้องใช้ระยะเวลาและกำลังคนในการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล อีกทั้งยังมีโอกาสประสบกับปัญหาความถูกต้องในการประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนั้นเพื่อสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลสำหรับการวางกลยุทธ์การลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเหมาะสม ด้านบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืนจึงร่วมกับด้าน Digital Transformation นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดเก็บและรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกขององค์กรให้มีความสะดวกต่อการใช้งานและสอดคล้องตามมาตรฐานของ อบก. หรือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และมาตรฐานการทําบัญชีก๊าซเรือนกระจกระดับสากล (Greenhouse Gas Protocol) และสนับสนุนการวางแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดเก็บและการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเต็มรูปแบบ เพื่อใช้ประโยชน์ในระยะยาว ซึ่งจะช่วยทำให้การเก็บข้อมูลมีความรวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการก้าวสู่ความเป็นองค์กรคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon Neutral) ภายในปี พ.ศ.2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ.2593 โดยรายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปี พ.ศ.2568 มีดังนี้
เพื่อสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ บริษัทได้ประเมินความเสี่ยงด้านกายภาพ (Physical Risks) ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) และโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยครอบคลุมพื้นที่การดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการวิเคราะห์ตามฉากทัศน์ (Climate Scenario Analysis) เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจ
ผลการประเมินถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุน การวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการกำหนดแนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รายงานและการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD – IFRS S2 Report)
ได้รับการรับรอง จำนวน 10 โครงการ
ในประเภทพลังงานหมุนเวียน หรือ พลังงานที่ใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล และได้รับคาร์บอนเครดิต ประมาณ 1,00,000 tCO2e/ปี
ได้รับการรับรอง RECs ประมาณ 1,000,000 RECs /ปี

ศูนย์นวัตกรรมและวิจัยมิตรผลได้พัฒนาปุ๋ยควบคุมการปลดปล่อยธาตุอาหาร หรือ Controlled Release Fertilizer (CRF) ที่มีคุณสมบัติในการยืดระยะเวลาการปลดปล่อยไนโตรเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้อ้อยได้รับสารอาหารเพียงพอตลอดระยะเวลาการปลูก โดยใช้ปุ๋ย CRF 50 กิโลกรัม เทียบเท่าการใช้ปุ๋ยสูตรปกติ 100 กิโลกรัม ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจ Bio-Materials ของกลุ่มมิตรผลได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกชีวภาพชนิดย่อยสลายได้ทางชีวภาพ หรือ Compostable Compound ภายใต้แบรนด์ PlaneX และ CaneX จากวัตถุดิบชีวภาพจากพืชเกษตร เช่น มันสำปะหลังและอ้อย เพื่อเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนพลาสติกจากฟอสซิล เป็นการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย

บริษัท แฟร์ แอนด์ ฟาสต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มมิตรผล ให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรด้วยระบบดิจิทัล (Digital Logistics & Supply Chain Solutions) โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ในปี พ.ศ.2568 บริษัทดำเนินการขนส่งน้ำตาลดิบทางรางมากกว่า 21,700 ตัน ทดแทนการขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุก ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 650 tCO₂e นอกจากนี้บริษัทยังนำรถหัวลากไฟฟ้ามาใช้ในการขนส่งน้ำเชื่อมให้แก่ลูกค้า เป็นระยะทางรวมกว่า 80,000 กิโลเมตร ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 80 tCO₂e เมื่อเทียบกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกแบบเดิม ทั้งนี้บริษัทมีแผนขยายการขนส่งทางรางและเพิ่มการใช้รถหัวลากไฟฟ้าในการขนส่งผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย
TCFD - IFRS S2 Report