Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก : ผู้ถือหุ้น / ลูกค้าและผู้บริโภค /ภาครัฐและภาคประชาสังคม

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมิตรผล เนื่องจากเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงช่วยปกป้องน้ำตาลจากการปนเปื้อนและความเสียหายระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ นอกจากนี้การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบของมิตรผลต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัยของผู้บริโภคในการใช้งาน รวมถึงการคัดแยกและการจัดการบรรจุภัณฑ์เมื่อบรรจุภัณฑ์นั้นแปรสภาพเป็นขยะด้วย ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่จำเป็น 

ดังนั้นเพื่อให้สามารถบรรลุความตั้งใจดังกล่าว มิตรผลจึงได้ตั้งเป้าหมายว่า 100 % ของบรรจุภัณฑ์น้ำตาลจะต้องถูกออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ นำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่หรือสามารถย่อยสลายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งในปี พ.ศ.2567 บริษัทมีสัดส่วนบรรจุภัณฑ์น้ำตาลที่ถูกออกแบบให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ นำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่หรือสามารถย่อยสลายได้คิดเป็น 95 % โดยการดำเนินการเช่นนี้เป็นการช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยการสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี 2567

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
บรรจุภัณฑ์ผลิตจากวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ และผลิตจากวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้
ร้อยละ 95 ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด
ร้อยละ 95 ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด

แนวทางการบริหารจัดการ

มิตรผลให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ที่นำมาใช้ ในขณะเดียวกันต้องสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคได้ บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายด้านบรรจุภัณฑ์ที่มุ่งเน้นใน 4 ด้าน ดังนี้

พัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) และเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์แบบที่ใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) ให้มากขึ้น

ส่งเสริมการใช้วัสดุย่อยสลายได้ และวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Compostable and Recyclable Packaging) 

ส่งเสริมการนำวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลมาใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์ (Recycled Packaging) เพื่อลดการใช้วัสดุใหม่

ส่งเสริมการใช้วัสดุที่นำไปรีไซเคิลได้ (Recyclable Packaging) 

มิตรผลออกแบบบรรจุภัณฑ์น้ำตาลด้วยการใช้พลาสติกชนิดเดียว (Mono-material packaging) และหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุหลากหลายประเภท เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

โดยในปี พ.ศ.2567 บริษัทมีการใช้วัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (Recyclable Packaging) ประมาณ 7,300 ตัน

ส่งเสริมการใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ (Compostable Packaging) 

มิตรผลพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ทั้งหมดตามธรรมชาติ (Compostable Packaging)  โดยเริ่มปรับใช้กับผลิตภัณฑ์น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ (Natural cane sugar) โดยที่บรรจุภัณฑ์ด้านนอกทำมาจากกระดาษที่ผลิตจากเยื่อกระดาษคราฟท์ บรรจุภัณฑ์ด้านในทำมาจากไบโอพลาสติกชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น ซึ่งหลังการใช้งานบรรจุภัณฑ์สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

โดยในปี พ.ศ.2567 บริษัทมีการใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ (Compostable Packaging) ประมาณ 0.14 ตัน

เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ของกระดาษลัง

มิตรผลมีสัดส่วนการใช้กระดาษรีไซเคิลเป็นองค์ประกอบในการผลิตบรรจุภัณฑ์กลุ่มกล่องกระดาษลังถึง 94% พร้อมทั้งมีการปรับเพิ่มความแข็งแรงของเยื่อกระดาษที่ใช้ในการผลิตกล่อง รวมถึงขบวนการผลิต เพื่อให้สามารถลดการใช้ปริมาณกระดาษได้ถึง 114 ตัน

โดยในปี พ.ศ.2567 บริษัทมีการใช้กระดาษรีไซเคิลประมาณ 1,844 ตัน

ส่งเสริมการลดการใช้พลาสติกประเภท PETE ลง 10%

มิตรผลได้กำหนดเป้าหมายในการลดการใช้พลาสติก Polyethylne Terephthalate (PETE) ลง 10% ในผลิตภัณฑ์กลุ่มไซรัป (Syrup)

โดยในปี พ.ศ.2567 บริษัทประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ส่งเสริมการใช้ rPE ในการผลิตถุงด้านนอก

มิตรผลได้เริ่มต้นการใช้ rPE (Recycled Polyethylene) ในการผลิตถุงด้านนอกของบรรจุภัณฑ์ในส่วนที่ไม่ได้สัมผัสอาหารโดยตรง โดยมีการผสม rPE ในพลาสติกใหม่เพื่อช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ที่ผลิตจากปิโตรเลียม อีกทั้งยังเป็นการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ต้องนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตพลาสติกใหม่ นอกจากนี้บริษัทยังต่อยอดไปยังโครงการ Sustainability rPE (High Quality PCR for Outer Bag) ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมมือกับคู่ค้าผู้ผลิตเม็ดพลาสติก เพื่อศึกษาการนำพลาสติกกลุ่ม Polyeteylene ที่ไม่ได้ใช้งานในโรงงาน นำกลับมาเพื่อผลิตและใช้งานเป็นเม็ดพลาสติกชนิด PCR (Post-Consumer Recycled Material) ใหม่

โดยในปี พ.ศ.2567 บริษัทมีสัดส่วนการใช้เม็ดพลาสติกชนิด PCR ประมาณ 30% ในผลิตภัณฑ์ถุงน้ำเชื่อม ซึ่งบริษัทมีการใช้เม็ดพลาสติกชนิด PCR ประมาณ 2.8 ตัน

การร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนและสนับสนุนการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

  • บริษัทวางแผนที่จะส่งเสริมการรีไซเคิลแบบระบบปิด (Closed-loop Recycling Model) ผ่านการร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ เพื่อเชื่อมโยงพาร์ตเนอร์ในห่วงโซ่คุณค่าเข้าด้วยกัน และสร้างระบบการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อลดของเสียที่จะนำไปฝังกลบ โดยเริ่มดำเนินการที่อุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้นแบบ และคาดว่าจะสามารถขยายโมเดลนี้ไปยังโรงงานอื่นๆในเครือต่อไปในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมิตรผลอยู่ระหว่างการจัดเก็บข้อมูลและศึกษาการเกิดของเสียอย่างเป็นระบบของอุทยานมิตรผลด่านช้าง เพื่อสร้างฐานข้อมูลของเสีย (Waste profile) ให้ครบถ้วนตั้งแต่ ชนิด ปริมาณ แหล่งกำเนิด รวมถึงวิธีในการจัดการของเสียแต่ละชนิดที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าข้อมูลชุดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลการบริหารจัดการของเสียของกลุ่มมิตรผลในอนาคต
  • โครงการ Reused Program for PP Bag เป็นโครงการที่โรงงานน้ำตาลมิตรผล จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมมือกับลูกค้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำถุงพลาสติกชนิด PP กลับมาใช้ใหม่ในภาชนะบรรจุที่ไม่สัมผัสกับอาหาร เพื่อลดการใช้ภาชนะบรรจุใหม่ โดยบริษัทสามาถลดใช้การถุง PP จำนวน 33,000 หรือคิดเป็น 12% ของถุง PP ทั้งหมดที่ถูกใช้ในปี พ.ศ.2567 ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีการขยายผลไปยังโรงงานอื่นต่อไป
  • การส่งเสริมการใช้รถบรรทุกถัง (Tank Car) ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำตาลทรายและน้ำเชื่อม โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกลง โดยในปี พ.ศ.2567 มิตรผลมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้วยรถบรรทุกถังน้ำเชื่อมทั้งหมด 254,000 ตันน้ำตาล และรถบรรทุกถังน้ำตาลทรายทั้งหมด 30,000 ตันน้ำตาล ซึ่งช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับน้ำเชื่อมได้ 264 ล้านถุง และช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับน้ำตาลได้ 30 ล้านถุง นอกจากนี้บริษัทยังนำภาชนะบรรจุกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกได้อีกประมาณ 3,500 ตันต่อปี
รถบรรทุกถัง (Tank car) ที่ใช้จัดส่งน้ำเชื่อมให้กับลูกค้า
รถบรรทุกถัง (Tank car) ที่ใช้จัดส่งน้ำตาลทรายให้กับลูกค้า
นอกจากนี้บริษัทยังได้ร่วมหารือกับคณะอุตสาหกรรมเกษตรเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายด้าน ทั้งงานวิจัยและบริการวิชาการ การเข้าถึงและใช้เครื่องมืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของคณะ ตลอดจนโครงการศึกษาด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายด้านบรรจุภัณฑ์