Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก: ผู้ถือหุ้น ลูกค้าและผู้บริโภค พนักงาน ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม 

พนักงานเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย ด้วยเหตุนี้การบริหารจัดการให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข ขณะที่ยอมรับความแตกต่างและความหลากหลาย นำไปสู่วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างคุณค่าและการเติบโตขององค์กร

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี พ.ศ.2568

ตัวชี้วัด
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
ระดับความผูกพันของพนักงาน
ร้อยละ 80
ร้อยละ 90.60
สัดส่วนต้นทุนแรงงานต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมด*
ร้อยละ 6.4
ร้อยละ 6.8
พนักงานที่ผ่านการวัดผลประเมินความรู้และความสามารถหลังการฝึกอบรม (ร้อยละ)
ร้อยละ 80
ร้อยละ 100
พนักงานที่ประเมินว่าสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในปฏิบัติงาน (ร้อยละ)
ร้อยละ 80
ร้อยละ 80
หมายเหตุ * สัดส่วนต้นทุนแรงงานต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากธุรกิจน้ำตาลและพลังงาน

แนวทางการบริหารจัดการ

กลยุทธ์การบริหารจัดการพนักงาน

มิตรผลมุ่งออกแบบประสบการณ์พนักงาน (Employee Experience) อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้การบริหารจัดการมีความยืดหยุ่น และตอบสนองต่อความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ มีการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์และเครื่องมือทางดิจิตัล เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความแม่นยำในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน เสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กร และขับเคลื่อนผลิตภาพ (Productivity) ให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายการจ้างงานและสภาพการทำงาน

บริษัทมีการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับการจ้าง ค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และเงื่อนไขการจ้างต่างๆ อย่างเคร่งครัด รวมถึงให้ความสำคัญต่อการกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงได้มีการกำหนดคู่มือสำหรับพนักงาน ซึ่งระบุนโยบายดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะได้รับการดูแลให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งบริษัทได้มีการสื่อสารไปยังพนักงานตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานวันแรก และพนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา โดยครอบคลุมในประเด็นการจ้างและสภาพการจ้างดังต่อไปนี้

  • กำหนดชั่วโมงการทำงานปกติไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งกำหนดเวลาพักและควบคุมการทำงานล่วงเวลา (OT) ไม่ให้เกินที่กฎหมายกำหนด ผ่านระบบบันทึกเวลาทำงานที่มีประสิทธิภาพและสามารถติดตามชั่วโมงการทำงานได้ตลอดเวลา โดยมีการตรวจสอบความถูกต้องเป็นประจำทุกเดือนเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะได้รับค่าจ้างและค่าล่วงเวลาครบถ้วนผ่านระบบการจ่ายเงินเดือน (Payroll)
  • กำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณี โดยมีการประกาศล่วงหน้า และมีกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และพนักงานจะได้รับวันหยุดพักผ่อนเพิ่มขึ้นตามอายุงาน โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ นอกจากนี้บริษัทยังมีระบบติดตามและแจ้งเตือนการใช้สิทธิ์ลาประจำปีของพนักงาน
  • กรณีเลิกจ้าง บริษัทจะแจ้งล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ และสอดคล้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายถูกนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม มิตรผลจึงกำกับดูแลการจ้างงานให้เป็นธรรมและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมทั้งการควบคุมการทำงานล่วงเวลา การบริหารสิทธิลาหยุดผ่านการบันทึกชั่วโมงการทำงาน และการทำงานล่วงเวลาในระบบ พร้อมทั้งแจ้งเตือนสิทธิลาหยุดคงเหลือประจำปี โดยมีหัวหน้างานและฝ่ายงานทรัพยากรบุคคลตรวจสอบและดำเนินการให้พนักงานได้รับค่าจ้างรวมถึงค่าล่วงเวลาตามที่กำหนดผ่านระบบการจัดการเงินเดือนพนักงาน นอกจากนี้บริษัทยังสื่อสารกับพนักงานผ่านการจัดอบรมเสริมสร้างความเข้าใจด้านสิทธิแรงงานและสวัสดิการให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดช่องทางติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลโดยตรงสำหรับการสอบถามข้อมูลหรือให้ข้อเสนอแนะ

ไม่เพียงเท่านี้บริษัทได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาพัฒนา Chatbot ที่ช่วยให้พนักงานสามารถสอบถามข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล เช่น สวัสดิการบริษัท เป็นต้น ซึ่งพนักงานสามารถเข้าถึงด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้พนักงานมีความสะดวก รวดเร็ว และเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคลสามารถใช้เวลาไปกับการพัฒนางานอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีพนักงานเข้าใช้งานแล้วกว่า 2,200 ราย

แผนพัฒนาศักยภาพพนักงาน

หลักสูตร MITR Beyond Reskill –Upskill –Future Skill

เป็นหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ของพนักงานระดับปฏิบัติการขึ้นไป รวมถึงผู้บริหารทุกระดับในเรื่องที่สอดคล้องกับบริบทในขณะนั้น โดยปัจจุบันแบ่งเป็นทักษะความรู้ด้านการเงินเบื้องต้น ความฉลาดรู้ทางดิจิทัล และการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ซึ่งอบรมผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของมิตรผล (Mitr Phol Learning Digital Platform) พร้อมวัดความรู้หลังเรียนทั้งในรูปแบบทดสอบ สรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่าน Learning Community

โดยในปี พ.ศ.2568 มีรายละเอียดผู้เข้าร่วมหลักสูตรและผ่านการทดสอบทั้งสิ้น 4,343 คน คิดเป็นร้อยละ 83.76 จากพนักงานที่เข้าร่วมหลักสูตรทั้งหมด

หลักสูตร Global Leadership Development Program (GLDP) 2025

เป็นหลักสูตรที่พัฒนาความเป็นผู้นำแก่พนักงานระดับเจ้าหน้าที่ หัวหน้างาน และผู้จัดการ เพื่อให้พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมุ่งสร้างความเข้าใจธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงของโลก การวางกลยุทธ์ การคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อน New S-Curve และสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระดับสากล อีกทั้งบริษัทยังสนับสนุนให้พนักงานแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยในปี พ.ศ.2568 มีพนักงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 79 คน และมีไอเดียภายใต้โครงการทั้งหมด 9 ไอเดีย หากสำเร็จตามเป้าหมายคาดว่าสามารถสร้างผลตอบแทนโดยรวมให้เแก่องค์กรกว่า 2,215 ล้านบาท

โครงการพัฒนาผู้นำ People Capability Development 2025

เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชาและทีมงาน ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารทรัพยากรและยกระดับการบริหารงานในหน่วยงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยโครงการประกอบด้วย 2 หลักสูตรดังนี้

โครงการ MITR Beyond Innovation Awards 2025

เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมภายในองค์กร มิตรผลจึงจัดให้มีการแข่งขัน Mitr Beyond Innovation Awards เป็นประจำทุกปี สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ คิดค้น พัฒนา และนำแนวคิดใหม่ไปสู่การปฏิบัติจริง อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนโดยมีผู้เชี่ยวชาญภายในองค์กรจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงหน่วยงาน Digital & Technology Transformation ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาโครงการ รวมถึงได้รับการชี้แนะและคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่มีประสบการณ์ลึกซึ้งทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงองค์กร โดยในปี พ.ศ.2568 มีพนักงานส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 435 ผลงาน คาดว่าสามารถเพิ่มรายได้หรือลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 11,000 ล้านบาท โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในการร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างสรรค์กระบวนการทำงาน ผลิตภัณฑ์ และบริการ รวมถึงธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

การส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความมีส่วนร่วม

บริษัทกำหนดให้มีนโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค การมีส่วนร่วมและความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และส่งเสริมการแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ตามหลักการ DEI&B หรือ ความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equity) การมีส่วนร่วม (Inclusion) และความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Belonging) โดยมีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของมิตรผลได้รับทราบ และยึดถือปฏิบัติ

การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการเลือกปฏิบัติและคุกคามภายในองค์กร

มิตรผลมีการจัดอบรมเกี่ยวกับการป้องกันการคุกคามภายในองค์กรให้กับพนักงานสัญญาจ้าง พนักงานชั่วคราว พนักงานประจำ และผู้บริหารของกลุ่มมิตรผล ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมการกลั่นแกล้ง (Bullying) การคุกคามโดยใช้อำนาจ (Power Harassment) การคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการตระหนักรู้และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดการล่วงละเมิดหรือการคุกคาม โดยปี พ.ศ. 2568 มีพนักงานเข้าร่วมอบรมกว่า 380 ราย นอกจากนี้บริษัทยังกำหนดช่องทางการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติหรือการคุกคามตาม แนวปฏิบัติในการร้องเรียน ที่ครอบคลุมถึงขอบเขต ขั้นตอน การคุ้มครองผู้ร้องเรียน และการรักษาความลับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการป้องกันและแก้ปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติและคุกคามภายในองค์กรจะได้รับการจัดการตามกระบวนการที่เหมาะสม

การส่งเสริมการจ้างงานอย่างเท่าเทียม

รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ระดับเกียรติยศ จากกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

มิตรผลเชื่อในคุณค่าของคน โดยมีการจ้างงานคนพิการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสมต่อลักษณะงานตามตำแหน่ง โดยให้ความสำคัญกับการจ้างงานคนในพื้นที่เป็นสำคัญ รวมถึงสนับสนุนการรวมกลุ่มจัดตั้งชมรมผู้พิการเพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างอาชีพแก่ผู้พิการในชุนชน

ในปี พ.ศ.2568 มีอัตราการจ้างงานผู้พิการรวม 89 คน โดยอัตราจ้างส่วนหนึ่งเกิดจากในแนวคิดที่บริษัทต้องการให้เกิดการจ้างงานอย่างเต็มความสามารถ จึงได้นำเงินสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งหมดกลับมาจ้างผู้พิการเพิ่ม เพื่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่อย่างเต็มที่

การจัดสรรสวัสดิการ

ความมุ่งมั่นสร้างสมดุลในการปฏิบัติงานและชีวิตส่วนตัว รวมถึงการยกระดับความเป็นอยู่ของพนักงานเป็นเรื่องที่สำคัญ มิตรผลมีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส เพื่อกำหนดตัวแทนพนักงานที่มาจากการเลือกตั้งทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ถ่ายทอดความต้องการด้านสวัสดิการและข้อเสนอแนะของพนักงาน รวมถึงตรวจสอบและดูแลการจัดสวัสดิการของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันบริษัทจัดสวัสดิการเพิ่มเติมจากที่กฎหมายกำหนดให้แก่พนักงานอย่างเท่าเทียม อาทิ

ด้านการเงิน

  • สวัสดิการอาหารและที่พักอาศัยสำหรับพนักงานในพื้นที่โรงงาน
  • เงินช่วยเหลือต่างๆ อาทิ เงินค่าเช่าบ้าน ค่าไฟฟ้า เงินช่วยเหลืองานสมรสและงานศพ
  • เงินช่วยเหลือพนักงานผู้ประสบภัย อาทิ ค่าซ่อมแซม ค่าที่พักชั่วคราว และวงเงินกู้ยืมพิเศษไร้ดอกเบี้ย
  • กองทุน อาทิ กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนเงินยืม
  • ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ
  • สิทธิประโยชน์บัตรพนักงาน ด้วยการมอบส่วนลดค่าที่พักของโรงแรมในเครือที่บริษัทกำหนดไว้

  • ด้านสุขภาพ

  • การตรวจสุขภาพประจำปี และการให้บริการรักษาพยาบาลในที่ทำงาน 
  • การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมถึงวงเงินเพิ่มเติมสำหรับการรักษากลุ่มโรคร้ายแรง
  • การเบิกจ่ายค่าทันตกรรมและค่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพื้นฐาน
  • จัดให้มีสถานที่ออกกำลังกาย ได้แก่ Fitness center ภายในสำนักงานใหญ่ และสนามกีฬาในโรงงาน
  • ส่วนลดค่ารักษาพยาบาลและทันตกรรมในหลากหลายโรงพยาบาล

  • ด้านครอบครัวของพนักงาน

  • สิทธิลาคลอด 120 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 60 วัน พร้อมบริการห้องให้นมบุตร ส่วนพนักงานชายมีสิทธิลาเพื่อดูแลคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน
  • สิทธิการลาในช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่ ลารับปริญญา ลาสมรส (ไม่กำหนดเพศ) และลาเพื่อจัดงานศพ
  • สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาล ประเภทผู้ป่วยนอก สำหรับครอบครัว
  • บริการรถรับส่งบุตรระหว่างโรงเรียนและบ้านพักพนักงาน
  • สนับสนุนค่าเล่าเรียนบุตรตั้งแต่ระดับประถมถึงระดับปริญญาตรี

  • สวัสดิการอื่นๆ

  • เวลาการปฏิบัติงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Hours) เพื่อส่งเสริมสมดุลชีวิตทำงาน
  • พนักงานสามารถ Work from Home (WFH) ได้ตามแนวทางการปฏิบัติงานของบริษัท​
  • สนับสนุนการจัดตั้งชมรมพนักงาน (Employee Clubs) เพื่อส่งเสริมการทำกิจกรรมของพนักงานที่มีความสนใจร่วมกัน
  • การประเมินและปรับปรุงโครงสร้างค่าตอบแทน (Salary Structure) และอัตราค่าตอบแทนเริ่มต้น (Starting Rate) พร้อมทั้งพิจารณาให้เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ (Cost of Living Allowance) เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพนักงานให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของพนักงาน (Living Wage) อย่างเหมาะสม
  • สวัสดิการสำหรับพนักงานเกษียณอายุ ได้แก่
    • ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง 2 ปี นับจากวันที่เกษียณ
    • อบรมการวางแผนการเงินก่อนการเกษียณอายุ รวมถึงจัดทำประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุต่อเนื่องอีก 2 ปีนับจากวันที่เกษียณ

  • กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ดีของพนักงาน

    โครงการ Mitr Phol Well-being + ถูกสร้างขึ้นโดยมุ่งเป้าในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของพนักงานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต ใน 4 ด้าน ได้แก่
    1. สุขภาวะทางร่างกาย (Physical Well-being): ส่งเสริมการดูแลสุขภาพร่างกายของพนักงานผ่านกิจกรรม เช่น การออกกำลังกาย การแข่งขันกีฬา และการตรวจสุขภาพประจำปี โดยนำผลตรวจสุขภาพมาวิเคราะห์เพื่อนำไปออกแบบแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย
    2. สุขภาวะทางใจ (Mental Well-being): สนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตและอารมณ์ของพนักงาน โดยมุ่งส่งเสริมความผ่อนคลาย การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต และการให้คำปรึกษาเพื่อช่วยลดความเครียด รวมถึงการส่งเสริมให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีและสามารถดูแลสุขภาวะทางใจได้ด้วยตนเอง
    3. สุขภาวะทางสังคม (Social Well-being): ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานและชุมชนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมสร้างความร่วมมือในองค์กร เช่น โครงการ Feedback is a Gift โครงการร่วมใจบริจาคโลหิต เพื่อส่งเสริมความสามัคคีและสร้างคุณค่าแก่ส่วนรวม
    4. สุขภาวะทางการเงิน (Financial Well-being): เสริมความมั่นคงทางการเงินแก่พนักงาน ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ด้านการบริหารเงิน การตรวจสุขภาพการเงินส่วนบุคคล การออม การวางแผนเกษียณอายุ รวมถึงโครงการบรรเทาภาระหนี้สิน

    การบริหารค่าจ้างและค่าตอบแทน

    บริษัทกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการที่มีประสิทธิผลในการประเมินผลงานและจ่ายค่าตอบแทนของพนักงานและผู้บริหารอย่างชัดเจน โปร่งใสและเชื่อมโยงกับทิศทาง เป้าหมาย ผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงพิจารณาตามผลการปฏิบัติงานรายบุคคล โดยมีคณะจัดการด้านทรัพยากรบุคคลและคณะกรรมการพัฒนาองค์กรและกำหนดค่าตอบแทนของบริษัท ซึ่งทำหน้าที่กำกับนโยบายการจ่ายค่าตอบแทน โครงสร้างค่าตอบแทน สวัสดิการ และผลประโยชน์อื่นๆ รวมถึงปรับค่าจ้างและผลประโยชน์สำหรับพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาจากผลประกอบการ สภาพเศรษฐกิจ และมาตรฐานค่าครองชีพ (Living Wage) รวมถึงปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานภายในอุตสาหกรรม เพื่อให้พนักงานได้ค่าตอบแทนที่เพียงพอและเป็นธรรม รวมถึงคงความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (Performance-based Pay) โดยมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและมีการสื่อสาร โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติตามเพศ รวมถึงมีการติดตามและวิเคราะห์ค่าตอบแทนระหว่างชายหญิง (Gender Pay Gap) เป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ.2568 ค่าตอบแทนเฉลี่ยระหว่างพนักงานหญิงต่อพนักงานชายในระดับผู้บริหาร (Management Level) คิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 1.07

    โดยบริษัทยังกำหนดตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้บริหารและพนักงาน เพื่อผลักดันการมีส่วนร่วมของพนักงานต่อเป้าหมายและการเติบโตขององค์กร โดยเชื่อมโยงค่าตอบแทนกับกับตัวชี้วัดหลัก (Key Performance Indicator) 2 ประเภท ได้แก่

    • Value Creation Performance  การวัดผลการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กรรายปี
    • Key Future Value Drivers  การวัดผลการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต

    การส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน

    มิตรผลมีการสำรวจระดับความผูกพันของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์ พัฒนา และปรับปรุงแนวทางการดูแลพนักงานให้ตอบโจทย์การทำงานร่วมกันในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยคำถามที่ใช้ในการสำรวจความผูกพันพนักงานครอบคลุมทั้งการรับมือกับความเครียด การได้รับการยอมรับ การสนับสนุนขั้นพื้นฐานและอื่นๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หมวด ดังนี้
    • ความต้องการพื้นฐาน (Basic Needs) การสนับสนุนข้อมูล เครื่องมือ ทรัพยากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน พร้อมรับทราบความคาดหวังขององค์กร
    • การสนับสนุนการทำงานของพนักงาน (Individual Contribution) คือ การประเมินความสุขและความพึงพอใจของพนักงานต่อการทำงาน (Job Satisfaction) ผ่านการสำรวจการได้รับการมีส่วนรวมของพนักงาน เช่น โอกาสแสดงความสามารถ การได้รับการยอมรับและชื่นชมจากหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงาน
    • การทำงานเป็นทีม (Teamwork) คือ พนักงานได้รับการยอมรับ รู้สึกมีคุณค่า เป็นส่วนหนึ่งของทีมและองค์กร รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน พร้อมรับทราบถึงเป้าหมายการทำงานของตนที่มีความสำคัญต่อองค์กร
    • ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน (Career Growth)  คือ พนักงานได้รับคำแนะนำและข้อเสนอแนะ พร้อมโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถ

    นโยบายที่เกี่ยวข้อง

    นโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค การมีส่วนร่วม
    และความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร