Mitr Phol Group Sustainability

Edit Template

ผู้มีส่วนได้เสียหลัก : ผู้ถือหุ้น/ ลูกค้า/ ภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม

กลุ่มมิตรผลมุ่งมั่นในการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบและการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการใช้พลังงานขององค์กร ประกอบกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ลดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละประเภทธุรกิจอย่างเหมาะสม นอกจากนี้มิตรผลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และศักยภาพของบุคลากรผ่านการฝึกอบรมและการดำเนินโครงการด้านการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรให้มีความตระหนักและร่วมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายร่วมกัน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อส่งเสริมแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

เป้าหมายและผลการดำเนินงานของปี 2567

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การลดการใช้พลังงาน เมื่อเทียบกับปีฐาน พ.ศ.2565
ลดการใช้พลังงานลง
ร้อยละ 4
มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 13.63

แนวทางการบริหารจัดการ

มิตรผลมีการกำหนดนโยบายด้านการจัดการพลังงานที่ชัดเจน พร้อมนำไปวางแผนสู่ปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นทั้งการดำเนินงาน ตรวจสอบ ติดตามผลและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานในทุกระดับเกี่ยวกับการจัดการพลังงานที่เหมาะสม และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2550 ซึ่งโรงงานทุกแห่งจะมีการจัดตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน โดยมีบทบาทและหน้าที่ดังนี้

โครงการอนุรักษ์พลังงานและการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน

ทุกธุรกิจภายใต้กลุ่มมิตรผลยังคงมุ่งมั่นในการลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดทำโครงการอนุรักษ์พลังงานเป็นประจำทุกปี ซึ่งนอกจากจะสามารถลดการใช้พลังงานได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกด้วย ซึ่งในปี พ.ศ.2567 มีโครงการเพื่อการอนุรักษ์การใช้พลังงานของกลุ่มมิตรผลเกิดขึ้นหลากหลายโครงการ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากรายงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2567

นอกจากนี้กลุ่มมิตรผลยังมีการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานไฟฟ้าชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยการผลิตพลังงานไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้เชื้อเพลิงจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ชานอ้อย และใบอ้อย ซึ่งเกิดจากกระบวนการผลิตน้ำตาลและการส่งเสริมการตัดอ้อยสดของเกษตรกร ซึ่งนอกจากจะช่วยลดของเสียทางการเกษตรและลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 แล้ว ยังช่วยลดการพึ่งพาพลังงานที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย

นอกจากนี้ในขั้นตอนการขนส่ง บริษัท แฟร์ แอนด์ ฟาสต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ครบวงจร (One-Stop Services) ในเครือของมิตรผล ยังได้เริ่มทำการทดลองใช้รถบรรทุกหัวลากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 โดยในปี พ.ศ.2567 บริษัทเริ่มทำการทดลองการขนส่งด้วยรถหัวลากพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้ขนถ่ายน้ำตาลกระสอบภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และในอนาคตบริษัทยังได้วางแผนนำร่องในการใช้รถบรรทุกหัวลากไฟฟ้าการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำตาลให้แก่ลูกค้าที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน รวมถึงทดลองขนส่งน้ำตาลดิบทางรถไฟแทนรถบรรทุกที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเดิม ด้วยความมุ่งหวังในการแสวงหาแนวทางใหม่ในการลดต้นทุน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ควบคู่ไปกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการขนส่งแบบเดิม

ในปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ พึ่งพาพลังงานหมุนเวียน

คิดเป็นร้อยละ

ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในองค์กร
50

หรือ 20.99 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง

การลงทุนด้านนวัตกรรมหรือการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดการใช้พลังงาน

  • นวัตกรรมในกระบวนการต้มระเหยน้ำอ้อย
    มิตรผลได้มีการศึกษากระบวนการต้มระเหยน้ำอ้อย (Evaporation) ด้วยนวัตกรรม Falling Film Tube Evaporation แทนการใช้วิธีการต้มระเหยแบบเดิมหรือแบบ Rising Film Tube Evaporator (Robert Evaporator) ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าวเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสน้ำเชื่อมให้โดนความร้อนที่มาจากไอน้ำได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการประยุกต์ใช้กระบวนการต้มระเหยด้วยนวัตกรรม Falling Film Tube Evaporation นั้น เป็นการประหยัดพลังงานจาก 2 ขั้นตอน (ตามภาพด้านล่างนี้) ซึ่งวิธีการต้มระเหยแบบใหม่นี้สามารถลดการใช้พลังงานไอน้ำ ลดเวลาการต้มน้ำอ้อยในหม้อต้ม รวมไปถึงยังเป็นการเพิ่มคุณภาพของค่าสีน้ำเชื่อมและลดการสูญเสียน้ำตาลจากกระบวนการต้มระเหยได้อีกด้วย โดยกระบวนการนี้ถูกนำไปใช้ในโรงงานน้ำตาลมิตรผลอำนาจเจริญเป็นที่แรก ซึ่งจากเดิมกระบวนการต้มระเหยต้องมีการใช้พลังงาน 360 กิโลกรัมไอน้ำต่อตันอ้อย เมื่อมีการเปลี่ยนมาใช้กระบวนการต้มระเหยแบบใหม่ ช่วยให้การใช้พลังงานลดลงเหลือเพียง 330 กิโลกรัมไอน้ำต่อตันอ้อย ส่งผลให้ในปีการผลิต พ.ศ.2566/67 เมื่อคำนวนจากปริมาณการผลิตอ้อยของโรงงานน้ำตาลมิตรผลอำนาจเจริญ บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 16.5 ล้านบาท
การประหยัดพลังงานจากกระบวนการต้มระเหยด้วยนวัตกรรม Falling Film Tube Evaporation
  • การพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานของกระบวนการผลิตในการลดค่าสีของน้ำอ้อยใส
    โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ได้พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของกระบวนการลดค่าสีน้ำเชื่อม (Sugar Decolorization) ด้วยการใช้น้ำในระบบเติมคาร์บอน (Transfer Carbon Water ) ที่เหลือจากกระบวนการฟื้นฟูสภาพเม็ดคาร์บอน (Reactivation of GAC in MHF) กลับมาใช้ใหม่ โดยนำมาใช้ลดค่าสีของน้ำตาลทรายดิบแทนกระบวนการล้างผลึก (Affination) ระหว่างกระบวนการละลายน้ำตาลทรายดิบ (Remelting) เพื่อที่จะนำไปผลิตน้ำตาลทราบขาวต่อไป ซึ่งจากการใช้น้ำ Transfer Carbon นี้ส่งผลให้บริษัทสามารถลดการใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้ในกระบวนการล้างผลึก (Affination) ได้มากถึง 18 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี

การสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์พลังงาน

การที่พนักงานมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการที่ต้องการบริหารจัดการและการอนุรักษ์พลังงาน จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินการดังกล่าวมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นการอบรมและการสื่อสารเรื่องการอนุรักาษ์พลังงานอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องที่มิตรผลให้ความสำคัญ โดยการอมรมที่สำคัญในปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา คือ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร “การจัดการพลังงานและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไฟฟ้า (Energy Management and Industrial Electrical Technology Program)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการจัดการพลังงานให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรในธุรกิจพลังงาน กลุ่มงานโรงงาน และกลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ การอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการพลังงาน การลดต้นทุนธุรกิจพลังงาน และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น IoT, Big Data และ AI เป็นต้น ในการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบพลังงาน โดยมีการแบ่งการอบรมออกเป็น 5 โมดูล ได้แก่ การจัดการพลังงาน การลดต้นทุนธุรกิจไฟฟ้า การอนุรักษ์พลังงาน เทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม และ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคพลังงาน
มิตรผลร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร “การจัดการพลังงานและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไฟฟ้า (Energy Management and Industrial Electrical Technology Program)”
ไม่เพียงเท่านี้ในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติของกลุ่มมิตรผล ยังมีการจัดอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงานที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ เช่น การปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานในองค์กร การอบรมพนักงานใหม่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงการอบรมพนักงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าในเรื่องการประหยัดพลังงานในปั๊ม และความปลอดภัยในการทำงานกับระบบไฟฟ้า เป็นต้น โดยมีตัวอย่างโปรแกรมการจัดอบรมหลักสูตรการอนุรักษ์พลังงานสำหรับพนักงานใหม่ โดยเนื้อหาครอบคลุมเรื่องความสำคัญของการจัดการพลังงาน นโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงาน และมาตรการประหยัดพลังงานในโรงงานและอาคารสำนักงาน ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญของการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้พนักงานสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ทั้งในงานและชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง